วิกฤต! ราคามะพร้าวน้ำหอมดิ่งเหวเหลือ 2 บาท เกษตรกรกระบี่ตัดใจโค่นทิ้งยกสวน หันปลูกปาล์มน้ำมันแทน






ราคามะพร้าวน้ำหอมวันนี้ตกต่ำสุดขีด! เกษตรกรจังหวัดกระบี่แบกภาระขาดทุนไม่ไหว ตัดสินใจโค่นต้นมะพร้าวน้ำหอมกว่า 300 ต้นทิ้งทันที หลังราคาหน้าสวนถูกกดเหลือเพียงลูกละ 2 บาท ชี้ค่าแรง-ค่าขนส่งพุ่งสวนทางรายได้ เตรียมปรับพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันหวังพยุงรายได้ในอนาคต

ทำไมเกษตรกรต้องโค่นมะพร้าวน้ำหอมทิ้ง?

สาเหตุหลักที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดกระบี่ ต้องยอมทิ้งสวนมะพร้าวที่ปลูกมานาน มีปัจจัยสำคัญดังนี้:

  • โดนกดราคาอย่างหนัก: จากเดิมที่เคยขายได้ลูกละ 10 บาท ปัจจุบันราคาตกลงมาเหลือเพียง 2-5 บาท ซึ่งถือเป็นราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนการผลิต

  • ค่าแรงและค่าขนส่งพุ่งสูง: ต้นทุนการจ้างแรงงานปีนเก็บมะพร้าวและค่าขนส่งมีราคาสูงขึ้น ทำให้การขายในราคาถูกไม่คุ้มค่าเหนื่อย

  • ปัญหาล้งกดราคา: กลุ่มพ่อค้าคนกลางหรือ "ล้ง" มีการกดราคารับซื้อซ้ำเติมสถานการณ์ ทำให้เกษตรกรขาดสภาพคล่อง

ทางรอดใหม่: เปลี่ยนจากมะพร้าวเป็น "ปาล์มน้ำมัน"

ท่ามกลางวิกฤตราคาผลผลิตทางการเกษตร เกษตรกรส่วนใหญ่เริ่มมองหาพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ที่มีความมั่นคงกว่า โดยเลือก "ปาล์มน้ำมัน" ด้วยเหตุผลด้านการตลาด:

  1. ความต้องการพลังงานทดแทน: แนวโน้มการใช้ไบโอดีเซลเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ราคาปาล์มน้ำมันมีทิศทางที่ดี

  2. ความคุ้มค่าในระยะยาว: ปาล์มน้ำมันดูแลรักษาง่ายกว่าในบางพื้นที่และมีตลาดรองรับที่ชัดเจนกว่าในช่วงนี้

ภาครัฐเตรียมถกหาทางออก "ราคามะพร้าวตกต่ำ"

ล่าสุด กระทรวงพาณิชย์ เตรียมเรียกประชุมด่วนร่วมกับสมาคมผู้ประกอบการมะพร้าวน้ำหอมกว่า 20 ราย เพื่อหามาตรการแทรกแซงราคาและช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตาม เกษตรกรบางส่วนระบุว่า "รอไม่ไหว" จึงจำเป็นต้องโค่นทิ้งเพื่อเริ่มปลูกพืชชนิดใหม่ทันที

สรุปสถานการณ์: หากราคามะพร้าวน้ำหอมยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างยั่งยืน อาจส่งผลให้ปริมาณผลผลิตในตลาดลดลงในอนาคต เนื่องจากการเปลี่ยนผ่านพื้นที่เกษตรกรรมไปสู่พืชชนิดอื่น

    


แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น