เนื้อเจียโม่: อาหารเช้าสุดคลาสสิกจากจีน

 


เนื้อเจียโม่(ròu jiā mó) หรือที่รู้จักกันในชื่อ "แฮมเบอร์เกอร์จีน" เป็นอาหารเช้าสุดคลาสสิกจากจีน ประกอบด้วยเนื้อหมูตุ๋นหอมๆ กับแป้งพิเศษที่เรียกว่า "โม" 

ประวัติความเป็นมา

มีหลายทฤษฎีเกี่ยวกับที่มาของชื่อ "เนื้อเจียโม่"

  • ทฤษฎีแรก: ผู้คนเรียกมันว่า "馍夹肉" (mó jiā ròu) หมายถึง "เนื้อสัตว์ที่คั่นด้วยโม" แต่การออกเสียงในภาษาจีนฟังดูเหมือน "ไม่มีเนื้อ" (méi jiā ròu) ผู้คนจึงเปลี่ยนเป็น "เนื้อเจียโม่"
  • ทฤษฎีที่สอง: "เนื้อเจียโม่" เป็นชื่อที่ถูกต้อง แต่เนื่องจากเนื้อหมูมีรสชาติเข้มข้น ผู้คนจึงเน้นไปที่เนื้อหมูและเรียกมันว่า "เนื้อเจียโม่"
  • ทฤษฎีที่สาม: ผู้คนเรียกมันว่า "馍夹肉" แต่เนื่องจากการออกเสียงที่รวดเร็ว จึงกลายเป็น "เนื้อเจียโม่"


วิธีทำ

ส่วนผสม:

  • แป้งสาลี
  • ยีสต์
  • น้ำ
  • เกลือ
  • น้ำมัน
  • เนื้อหมู
  • ซีอิ๊วขาว
  • น้ำตาล
  • ขิง
  • กระเทียม
  • อบเชย
  • พริกไทย
  • หัวหอมใหญ่
  • ต้นหอม
  • ผักชี


วิธีทำ:

  1. ผสมแป้ง ยีสต์ น้ำ เกลือ และน้ำมัน เข้าด้วยกัน นวดจนแป้งเนียน พักไว้จนขึ้นสองเท่า
  2. ต้มเนื้อหมูกับซีอิ๊วขาว น้ำตาล ขิง กระเทียม อบเชย และพริกไทยจนเนื้อนุ่ม
  3. หั่นหัวหอมใหญ่ ต้นหอม และผักชี
  4. แบ่งแป้งเป็นก้อนกลมๆ รีดแป้งเป็นแผ่นกลมๆ
  5. ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันน้อยๆ ใส่แป้งลงไป
  6. ผ่าโมจากด้านข้าง
  7. ใส่เนื้อหมู ผัก
  8. ทานร้อนๆ

เคล็ดลับ:

  • แป้งสำหรับเนื้อเจียโม่ควรใช้แป้งกึ่งหมัก
  • ใส่เบกกิ้งโซดาลงในแป้งเล็กน้อย
  • ใช้น้ำร้อนนวดแป้ง
  • พักแป้งจนขึ้นสองเท่า
  • ตั้งกระทะให้ร้อนก่อนใส่แป้ง
  • ใส่เนื้อหมูและผักลงในโมหลังจากต้มเสร็จใหม่ๆ
  • ทานเนื้อเจียโม่กับชาหรือกาแฟ

คุณค่าทางโภชนาการ:

เนื้อเจียโม่เป็นแหล่งโปรตีนและใยอาหารที่ดี เนื้อหมูมีโปรตีนและกรดไขมันจำเป็น โมมีคาร์โบไฮเดรต ผักมีวิตามินและแร่ธาตุ

ข้อควรระวัง:

ไม่ควรทานเนื้อหมูมากเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดไขมันอิ่มตัวสูง

สรุป

เนื้อเจียโม่เป็นอาหารเช้าสุดคลาสสิกจากจีน ทำง่าย อร่อย และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง

แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น